รากนครา RakNakara ละครช่อง 3 ประเทศไทย ละครน่าดู

รีวิวละคร รากนครา RakNakara เรื่องย่อ นักแสดง มีที่นี่

รากนครา เริ่มต้นจากในปี พ.ศ.2427 เจ้าศุขวงศ์ หรือ เจ้าน้อย เดินทางกลับมาบ้านเกิดหลังจากที่จากไปเป็นเวลาถึง 15 ปี เขาเป็นบุตรชายคนเดียวของ เจ้าราชบุตรศุษิระ ผู้ล่วงลับ เจ้าศุษิระเป็นผู้มีความคิดสมัยใหม่ เมื่อเห็นว่าอาณาจักรของเขาและบ้านพี่เมืองน้องในดินแดนล้านนาไม่สามารถดำรงความเป็นอิสระไว้ได้ จำเป็นต้องอาศัยบารมีของสยาม เพื่อปกป้องแผ่นดินจากการตกเป็นเมืองขึ้นของตะวันตก เจ้าศุษิระจึงส่งเจ้าศุขวงศ์ไปศึกษาที่สิงคโปร์ตั้งแต่อายุได้เพียง 10 ขวบ แล้วเจ้าศุษิระและชายาก็ล้มป่วยเสียชีวิต หลังจากเจ้าศุขวงศ์เรียนจบ เขาได้กลับมารับราชการในราชสำนักสยาม

รากนครา

รากนครา

เจ้าศุขวงศ์ได้พา มิสเตอร์จอห์น แบร็กกิ้น ฝรั่งชาวอังกฤษซึ่งสนใจสำรวจป่าเพื่อหาลู่ทางทำไม้เดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมกันกับเขา แท้จริงแล้วนั้นแบร็กกิ้นมีเบื้องหลังเป็นเจ้าหน้าที่ของ บริษัท บริติช บอร์เนียว บริษัทสัมปทานทำไม้ขนาดใหญ่ซึ่งมีอิทธิพลมาก แบร็กกิ้นมีความประสงค์ที่จะมาสอดส่องทรัพยากรป่าไม้ในดินแดนล้านนา เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของอังกฤษในอนาคต เจ้าศุขวงศ์เคยมีบุญคุณช่วยชีวิตแบร็กกิ้นไว้ ทั้งสองเป็นทั้งเพื่อนที่รู้ใจและรู้เท่าทันกันทุกอย่าง เจ้าศุขวงศ์จึงตัดสินใจให้แบรกกิ้น อยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา เพื่อที่จะสามารถควบคุมแบรกกิ้นได้โดยง่าย

การพาฝรั่งกลับบ้าน อีกทั้งการแต่งกายแบบสยามซึ่งรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกของเจ้าศุขวงศ์ ทำให้ เจ้าเรือนคำ ย่าของเขาไม่พอใจ เจ้าศุขวงศ์พยายามหว่านล้อมให้เจ้าย่าเห็นว่าการพาแบร็กกิ้นมาด้วย แทนที่จะปล่อยให้แบรกกิ้นเข้ามาสำรวจป่าตามใจชอบนั้นเป็นประโยชน์ต่อบ้านเกิดเมืองนอน เพราะทำให้เขารู้เท่าทัน และสามารถรักษาผลประโยชน์ของอาณาจักรได้ เจ้าเรือนคำไม่ใคร่พอใจ แต่ด้วยความรักหลาน เจ้าเรือนคำก็ใจอ่อน เจ้าศุขวงศ์พยายามหว่านล้อมเจ้าหลวงศรีวงศ์ซึ่งเป็นอา เจ้าหลวงคนปัจจุบันให้ยอมออกใบอนุญาตสำรวจป่าให้แบร็กกิ้น และศุขวงศ์ยังต้องการเข้าร่วมทุนทำไม้ กับแบร็กกิ้นเพื่อควบคุมและรักษาสิทธิในการแสวงประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ อินทร ข้าเก่าคนสนิทของเจ้าศุษิระได้แสดงตัวขอเป็นผู้รับใช้เจ้าศุขวงศ์ด้วยความจงรักภักดี

แนะนำตัวละคร

เจ้าศุขวงศ์

เจ้าศุขวงศ์

เจ้าศุขวงศ์ – ฉลาด รู้ทันคน ทันสมัย อ่อนโยน โรแมนติก
มีตำแหน่งเป็นเจ้าราชภาติยะ เจ้าศุขวงศ์เป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าราชบุตรศุษิระผู้ล่วงลับ เขาถูกส่งตัวไปเรียนและใช้ชีวิตที่สิงคโปร์ถึง 10 ปี หลังจากนั้น เขาได้กลับมารับราชการในราชสำนักสยาม เจ้าศุขวงศ์ ได้รับความไว้วางใจจากสยามให้เป็นผู้แทนสยามเดินทางกลับไปบ้านเกิด เพื่อสร้างความเข้าใจ เรื่องแนวทางการปกครอง ที่ต้องการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น ภารกิจหลักของศุขวงศ์คือ การทำให้เจ้าหลวงของเมืองต่างๆ ในดินแดนล้านนายอมรับอำนาจของสยาม ผ่อนปรนนโยบายของตนเพื่อยืดหยุ่นกับชาติตะวันตก เพื่อให้สามารถดำรงความเป็นปึกแผ่น ไม่ถูกแบ่งแยกดินแดนเป็นเมืองขึ้นของตะวันตก

ในด้านการงาน เจ้าศุขวงศ์เป็นคนฉลาด ทันคน มีไหวพริบ เขาเข้าใจนโยบายของสยาม รู้เท่าทันตะวันตก รู้วิธีที่จะโน้มน้าวใจผู้อื่นให้คล้อยตามตน เขาจึงเป็นคนที่ทั้งสยามและตะวันตกยอมรับ รู้จักหาประโยชน์จากสภาวการณ์ความเปลี่ยนแปลงของบ้านเกิดเมืองนอน ศุขวงศ์เป็นคนทันสมัย ยอมรับความเปลี่ยนแปลง กล้าเป็นตัวของตัวเอง เขาแต่งกายแบบสยามซึ่งรับธรรมเนียมตะวันตกเข้ามา นอกจากนี้ เขายังเป็นคนใจเย็น รู้จักอดทนรอคอยสิ่งที่มุ่งหวัง มีการแสดงออกอย่างอ่อนโยน นุ่มนวล ไม่บุ่มบ่ามเอาแต่ใจ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ตัดสินใจอย่างรอบคอบ

ในด้านความรัก ศุขวงศ์เป็นคนรักเดียวใจเดียว มั่นคง โรแมนติก คิดถึงความรักในด้านสวยงาม เขาเน้นการกระทำที่แสดงออกถึงความรักมากกว่าคำพูดหวานหู ด้วยความที่เขารักเจ้าแม้นเมืองมากทำให้เขาขี้ใจน้อย มีปัญหาขัดแย้งกันก็เก็บไว้ไม่พูด ทำให้ไม่อาจเสพความสุขได้อย่างเต็มที่ ศุขวงศ์ไม่รู้เท่าทันเล่ห์มารยาผู้หญิง ทำให้ตกเป็นเหยื่อของเจ้ามิ่งหล้าจนชีวิตไม่มีความสุข

เจ้าแม้นเมือง

เจ้าแม้นเมือง

เจ้าแม้นเมือง – สวยลึกซึ้ง กล้าหาญ มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง
ลูกสาวคนสุดท้องของเจ้าหลวงแสนอินทะและเจ้านางกาบแก้วแห่งเชียงเงิน หลังจากมารดาเสียชีวิต สถานภาพของแม้นเมืองก็ถูกเจ้านางข่ายคำ แม่เลี้ยงและน้าแท้ๆ กดไว้ให้ต่ำต้อยกว่าเจ้ามิ่งหล้า น้องสาวต่างมารดาของเธอ เจ้าแม้นเมืองและเจ้าหน่อเมือง พี่ชายแท้ๆ ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากเจ้าอุปราชสิงห์คำ ทำให้แม้นเมืองมุ่งมั่นในการทำให้เชียงเงินเป็นอิสระ ดังนั้น ภารกิจหลักของแม้นเมือง คือ การทำทุกวิถีทางให้เชียงเงินเป็นอิสระจากการปกครองของสยาม และรักษาตัวให้รอดจากตะวันตกเป็นลำดับต่อไป

เจ้าแม้นเมืองได้รับการอบรมให้เป็นคนเข้มแข็ง กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว เสียสละและคิดถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง เธอรู้ดีว่าเกิดมาพร้อมความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เพื่อบ้านเกิด แม้นเมืองเป็นคนรักครอบครัว เธอผูกพันกับหน่อเมือง พี่ชายคนเดียวมาก นอกจากนี้ แม้นเมืองยังรักและหวังดีกับมิ่งหล้า น้องสาวต่างมารดาด้วยความบริสุทธิ์ใจ เธอไม่กล้าแม้แต่จะคิดไม่ดีกับมิ่งหล้า แม้นเมืองจึงพยายามมองน้องสาวในแง่ดีเสมอ เมื่อแม้นเมืองรู้ตัวว่ารักเจ้าศุขวงศ์ เธอทำใจยินยอมรับความสุขเฉพาะที่สามารถทำใจให้ยอมรับได้โดยไม่เรียกร้องมากไปกว่าที่ควรจะได้รับ

แม้นเมืองไม่ใช่คนดื้อ เธอมีเหตุผล รู้จักคิด สามารถทำใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อได้มาใช้ชีวิตร่วมกับศุขวงศ์ แม้นเมืองก็ค่อยๆ ซึมซับความคิดของเขาได้ทีละเล็กละน้อย ความขี้ใจน้อย มีปัญหาแล้วเก็บไว้ ไม่พูดให้กระจ่าง ทำให้ชีวิตของแม้นเมืองตกเป็นเหยื่อความอิจฉาริษยาของมิ่งหล้าจนขาดความสุขเช่นเดียวกับศุขวงศ์

การตัดสินใจครั้งสุดท้ายของแม้นเมือง แสดงให้เห็นความรักที่เธอมีต่อทุกคน ทั้งสามี พี่ชายและน้องสาว รวมทั้งบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ แม้นเมืองมีสติ ใจเย็น กล้าหาญ สงบ สามารถเผชิญหน้ากับความตายด้วยความมุ่งมั่น ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

เจ้ามิ่งหล้า

เจ้ามิ่งหล้า

เจ้ามิ่งหล้า – สวยสะดุดตา ฉลาด รักตัวเอง ต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ
เจ้ามิ่งหล้าเป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้านางข่ายคำ มิ่งหล้าได้รับการเลี้ยงดูเชิดชูให้เป็นที่หนึ่งมาโดยตลอดจากมารดาของเธอ มิ่งหล้าจึงต้องการเอาชนะทุกคนเพื่อครองความเป็นที่หนึ่งเสมอ

มิ่งหล้าเป็นคนสวยบาดตา เธอเป็นคนฉลาด รู้จักพูด มิ่งหล้าจึงได้รับสิ่งที่เธอต้องการเสมอโดยที่ไม่ได้ทำให้ผู้อื่นโกรธแค้นไม่ชอบใจ มิ่งหล้ารู้จักหลบเลี่ยงเอาตัวรอด เธอคิดถึงแต่ตัวเอง เห็นแต่ความสำคัญของตน เป็นคนใจดำ เลือดเย็น ไม่ละเอียดอ่อน ไม่ใส่ใจคนอื่น แม้แต่ตอนที่ชีวิตหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างและได้รับความช่วยเหลือจากศุขวงศ์และแม้นเมืองแล้ว มิ่งหล้าก็ยังไม่สำนึกในบุญคุณของทั้งสองคน เธอไม่ได้คิดจะแก้ไขความผิดที่ทำให้พี่สาวและพี่เขยเข้าใจผิดจนไม่มีความสุขในชีวิตคู่
มิ่งหล้ามีนิสัยตรงข้ามกับแม้นเมืองอย่างสิ้นเชิงเพราะมิ่งหล้าไม่รู้จักความรัก เธอติดใจศุขวงศ์ เพราะเห็นว่าเขามีความแปลกใหม่ และต้องการเอาชนะแม้นเมือง ซึ่งเธอสังเกตว่าเป็นผู้หญิงที่ศุขวงศ์หลงรัก มิ่งหล้าไม่เห็นค่าความรักที่แม้นเมืองมอบให้เธอ เธอทำทุกอย่างให้พี่สาวตกอยู่ในอำนาจ อาศัยประโยชน์จากความรักของพี่สาวเพื่อให้ตนได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา นอกจากนี้ มิ่งหล้ายังเป็นเจ้าที่ไม่เคยคิดถึงภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่ตนมีต่อแผ่นดินเกิดอีกด้วย

เจ้าอุปราชหน่อเมือง

เจ้าอุปราชหน่อเมือง

เจ้าอุปราชหน่อเมือง – ตรงไปตรงมา ยอมหักไม่ยอมงอ
ลูกชายคนโตของเจ้าหลวงแสนอินทะและเจ้านางกาบแก้วแห่งเชียงเงิน หน่อเมืองได้รับการอบรมจากเจ้าอุปราชสิงห์คำ ทำให้หน่อเมืองมีภารกิจหลักเช่นเดียวกับแม้นเมือง คือ การทำทุกวิถีทางให้เชียงเงินเป็นอิสระจากการปกครองของสยาม และรักษาตัวให้รอดจากตะวันตกเป็นลำดับต่อไป
เจ้าหน่อเมืองเป็นคนเลือดร้อน แข็งกระด้าง ไม่ฟังและไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงอย่างหัวชนฝา เขามีการแสดงออกที่ตรงไปตรงมา ปากกับใจตรงกัน ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม เป็นคนซื่อตรงจนออกจะค่อนข้างทื่อ เขาเป็นคนมุ่งมั่น เพียรพยายามทำเป้าหมายให้สำเร็จอย่างไม่ย่อท้อ ยอมหักดีกว่ายอมงอ หน่อเมืองไม่ละเอียดอ่อนพอที่จะเข้าใจแม้นเมือง เขาจึงไม่เคยสัมผัสความรู้สึกละเอียดอ่อนของน้องสาวเลย

เจ้านางปัทมสุดา+กษัตริย์เมืองมัณฑ์

เจ้านางปัทมสุดา+กษัตริย์เมืองมัณฑ์

เจ้านางปัทมสุดา – ใจโหด ทรงอิทธิพล
เจ้านางหลวงแห่งเมืองมัณฑ์ เป็นคนฉลาด ทรงอำนาจ โหดเหี้ยม เลือดเย็น มีบารมี ทุกคนยำเกรง ใช้พระเดชมากกว่าพระคุณ หวงแหนอำนาจ ขี้อิจฉา เจ้านางปัทมสุดาทำทุกอย่างเพื่อครองความเป็นหนึ่งในเมืองมัณฑ์

เจ้านางปัทมสุดาเป็นขัติยนารีตั้งแต่กำเนิดเพราะเป็นธิดาของเจ้าหลวงเมืองมัณฑ์ ด้วยความที่พระบิดาไม่มีโอรสเจ้านางปัทมสุดาจึงต้องอภิเษกเพื่อคงไว้ซึ่งอำนาจของสายเลือด ด้วยความรักในอำนาจเจ้านางปัทมสุดาจึงเลือกอภิเษกกับเจ้าชายปลายแถว เพื่อจะได้ครอบงำความคิดเป็นใหญ่เหนือพระสวามี และคงไว้ซึ่งอำนาจของตนต่อไปได้ การอภิเษกของเจ้านางปัทมสุดาจึงมิใช่เพราะความรักเจ้านางเลือกปรนเปรอกษัตรย์เมืองมัณฑ์ พระสวามี ด้วยสนมกำนัลมากหน้าหลายตาเพื่อล่อให้พระสวามีมัวเมาในกามจนไม่สนใจเรื่องอื่นทำให้เจ้านางปัทมสุดาเป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดในราชสำนัก

สิ่งที่เจ้านางปัทมสุดารักที่สุดในชีวิตคืออำนาจ ดังนั้นเธอจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองอำนาจและรักษาอำนาจไว้กับตัวเองตลอดไป ด้วยความที่ เจ้านางปัทมสุดา ไม่สามารถมีลูกได้เธอจึงต้องกำจัดสายเลือดของพระสวามีที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงอื่น เจ้านางเป็นคนไม่กลัวบาปกรรม เพราะเห็นว่าสิ่งที่เธอทำลงไปเป็นความถูกต้องชอบธรรมที่จะรักษาอำนาจไว้ให้เป็นของเธอ สงวนอำนาจไว้ให้เป็นของวงศ์ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของเธอตลอดไป มิใช่ด้วยความหึงหวงพระสวามีแต่อย่างใด เจ้านางปัทมสุดายังเป็นคนกดขี่ผู้ที่ต่ำต้อยกว่าทุกคน เธอเป็นคนไม่เห็นใจใครไม่แยแสความรู้สึกของผู้อื่น โหดเหี้ยม อำมหิต สะใจที่เห็นความทุกข์ทรมานของผู้อื่น คิดถึงแต่ควาต้องการของตน เจ้านางเคยชินกับการมีอำนาจ และใช้อำนาจอย่างไม่มีขอบเขตภูมิใจความยิ่งใหญ่และอำนาจของตนจนถึงขั้นเป็นคนกระหายอำนาจ และไม่ยอมให้ใครท้าทายหรือแข็งข้อเด็ดขาด เจ้านางปัทมสุดา เป็นคนเชื่อถือโชคลางเธอสามารถทำทุกอย่างเพื่อคงไว้ซึ่งความมั่นคงยิ่งใหญ่ของเมืองมัณฑ์ได้เสมอ

กษัตริย์เมืองมัณฑ์
กษัตริย์เมืองมัณฑ์มีชาติกำเนิดเป็นเจ้าชายปลายแถว ต่อมาได้อภิเษกกับเจ้านางปัทมสุดา ลูกสาวเจ้าหลวงคนก่อน กษัตริย์เมืองมิณฑ์จึงไม่มีอำนาจอยู่ในมือ เขาเป็นคนมักมากในกาม แวดล้อมด้วยสนมกำนัล ไม่ใส่ใจกับเรื่องที่จะนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเอง

เจ้าย่าเรือนคำ – ฉลาด ใจดี สายตาแหลมคม มีบารมี
เจ้าย่าของเจ้าศุขวงศ์ เป็นหญิงชราที่มีอำนาจบารมี ทุกคนให้ความเคารพเกรงใจ เจ้าแม่เรือนคำเป็นคนฉลาด มีสายตาแหลมคม ใจอ่อนกับลูกหลาน เธอไม่เข้าใจความคิดของศุขวงศ์แต่ก็ไม่ต่อต้าน เจ้าแม่เรือนคำมีความปรารถนาให้ศุขวงศ์มีความสุขในชีวิต

มิสเตอร์จอห์น แบร็กกิ้น – ฉลาด อดทน ใจเย็น
ฝรั่งชาวอังกฤษวัยกลางคน แบร็กกิ้นเป็นคนฉลาด เขามีความจริงใจให้เจ้าศุขวงศ์ กตัญญูรู้คุณที่ศุขวงศ์เคยช่วยชีวิตเขาไว้ถึงสองครั้ง แบร็กกิ้นไม่ดื้อดึงดันเอาแต่ใจ เขารู้จักประนีประนอม อดทนรอคอยความสำเร็จและสิ่งที่มุ่งหวังด้วยความใจเย็น แบร็กกิ้นปรารถนาความสำเร็จในหน้าที่การงาน

เจ้าหลวงแสนอินทะ – เจ้าเล่ห์ หลักแหลม
เจ้าหลวงแห่งเชียงเงิน เจ้าหลวงแสนอินทะเป็นคนฉลาด เจ้าเล่ห์เพทุบาย หลักแหลม ใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งรอบตัว เขาไม่สนใจปัญหาในครอบครัว ดูดายปล่อยให้เจ้าแม้นเมือง ลูกสาวคนโตถูกกดขี่ลดบทบาทโดยไม่โต้แย้ง เจ้าหลวงแสนอินทะปรารถนาให้เชียงเงินเป็นอิสระ

เจ้านางข่ายคำ – รักลูกไม่ลืมหูลืมตา เห็นแก่ตัว ขี้อิจฉา
เจ้านางหลวงแห่งเชียงเงิน เป็นคนรักลูกไม่ลืมหูลืมตา ลำเอียง กล้าทำสิ่งที่ผิดโดยไม่มีมโนธรรม เธอจึงกดเจ้าแม้นเมืองไว้ให้ต่ำกว่าเจ้ามิ่งหล้า ลูกสาวของเธอ เจ้านางข่ายคำทำทุกอย่างเพื่อผลักดันให้เจ้ามิ่งหล้าเป็นที่หนึ่ง เจ้านางข่ายคำจึงส่งลูกสาวไปสู่เส้นทางแห่งหายนะโดยไม่รู้ตัว การกระทำของเจ้านางข่ายคำยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตรักของเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมืองไม่มีความสุขอีกด้วย

ละอองคำ
ละอองคำ กับ เจ้าน้อย ศุขวงศ์ เติบโตมาด้วยกัน เจ้าย่าเรือนคำ หมายมั่น ปั้นมือ ว่าจะให้แต่งงาน เมื่อทั้งคู่เติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว ละอองคำ เฝ้ารักเจ้าน้อย มาตั้งแต่ต้น รอคอยการกลับมาของเจ้าน้อย ช่วงที่เจ้าน้อยไปเรียนที่สิงคโปร์ แต่แล้วละอองคำก็ใจสลาย เมื่อเจ้าน้อยต้องแต่งงานกะทันหันกับแม้นเมือง ภายนอกละอองคำดูอ่อนหวาน แต่ซ่อนไว้ซึ่งความเจ็บช้ำ เสียใจ ถึงแม้เจ้าน้อยจะแต่งงานแล้ว ทีแรก ก็คิดจะแย่งชิงเจ้าน้อยมาจากเจ้าแม้นเมือง แต่ด้วยความที่เจ้าน้อย รักและซื่อสัตย์ต่อแม้นเมือง และด้วยความดีที่เจ้าแม้นเมืองมีอยู่ ทำให้ละอองคำเริ่มได้คิด เจ้าน้อยเตือนสติให้ละอองคำ รักคนที่เขา รักละอองคำดีกว่า เจ้าน้อย จึงแนะนำให้ละอองคำ รู้จักกับเจ้าจักรคำ จนทั้งคู่ผูกใจรักกันในที่สุด

ละอองคำ จะเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน เป็นกุลสตรีในทุกกระเบียดนิ้ว รัก และปรนนิบัติ เจ้าย่าเรือนคำเป็นอย่างดี ความรักทำให้เธอยอมได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งยอมเป็นเมียรองของเจ้าน้อยก็ตาม แต่เมื่อเธอกลับตัวกลับใจได้ในภายหลัง ก็เป็นมิตรที่ดีกับเจ้าน้อย และแม้นเมืองตลอดมา

เจ้าคุณศรีวิศัลย์ – นักการทูต หลักแหลม
เจ้าคุณศรีวิศัลย์เป็นชายสูงวัย ข้าราชการในราชสำนักสยาม เขาเป็นคนฉลาด ใจเย็น มีเหตุผล มองการณ์ไกล มีความสามารถทางการพูดแบบนักการทูต รู้จักการซื้อใจคน

อินทร – ซื่อสัตย์ ไว้ใจได้
อินทรเป็นชายสูงวัย อดีตข้ารับใช้คนสนิทของเจ้าราชบุตรศุษิระ ปัจจุบันเป็นคนสนิทที่เจ้าศุขวงศ์ไว้ใจ อินทรเป็นคนซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ เป็นผู้ใหญ่ สามารถเตือนสติ ให้แง่คิด เป็นหลักให้เจ้านายยามที่อ่อนแอได้

ฟองจันทร์ – ซื่อสัตย์ กตัญญู
ฟองจันทร์เป็นลูกสาวครูดาบวงพรหมและนางเขียนจันทร์ เธอเติบโตมาพร้อมกับเจ้าหน่อเมืองและเจ้าแม้นเมือง ฟองจันทร์สนิทสนมและจงรักภักดีต่อเจ้าแม้นเมืองที่สุด แต่เธอไม่มีทางเลือกจึงต้องเปลี่ยนไปรับใช้เจ้ามิ่งหล้า ฟองจันทร์เป็นคนซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ กล้าหาญ และกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ

เจ้าหลวงศรีวงษ์ – รักลูก
เจ้าหลวงแห่งเมืองบ้านเกิดเมืองนอนของเจ้าศุขวงศ์(เป็นเมืองไม่มีชื่อในหนังสือ) เจ้าหลวงศรีวงษ์ไม่ได้เตรียมตัวสำหรับตำแหน่งเจ้าหลวง เพราะเป็นลูกชายคนรอง เขารักเจ้าจักรคำ ลูกชายมาก และมุ่งหวังให้ลูกชายสืบทอดตำแหน่งจากเขา เจ้าหลวงศรีวงศ์ไม่ใช่คนดื้อดึงดัน และไม่ใช่คนมองการณ์ไกลนัก

คำแก้ว – ร่าเริง ช่างพูด
คำแก้วเป็นเด็กสาววัยรุ่น เธอเป็นผู้ติดตามเจ้าแม้นเมืองไปอยู่บ้านใหม่หลังจากที่แม้นเมืองแต่งงานกับเจ้าศุขวงศ์แล้ว คำแก้วเป็นคนช่างพูด ร่าเริง อยากรู้อยากเห็น มีความสุขกับชีวิต

บัวผัน – เป็นผู้ใหญ่ รู้จักกาลเทศะ
บัวผันเป็นสาวใหญ่ เธอเป็นผู้ติดตามเจ้าแม้นเมืองไปอยู่บ้านใหม่หลังจากที่แม้นเมืองแต่งงานกับเจ้าศุขวงศ์แล้วเช่นเดียวกับคำแก้ว บัวผันรู้คิด ไว้ใจได้ รู้จักกาลเทศะ มีความเป็นผู้ใหญ่

นางมิ่น – โลภ เห็นแก่เงิน ทรยศ
นางมิ่นเป็นข้ารับใช้เจ้านางปัทมสุดา ทำหน้าที่สำคัญในการเป็นคนหนึ่งที่ช่วยทำแท้งให้กับบรรดาสนมของกษัตริย์เมืองมัณฑ์ นางมิ่นเป็นคนโลภ ซื้อได้ด้วยเงิน ไม่มีความจงรักภักดี เห็นแก่ตัว

เจ้าไศลรัตน์ หรือ เจ้าภูแก้ว – อ่อนโยน กตัญญู
เจ้าไศลรัตน์เป็นบุตรชายคนเดียวของเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมือง เขาได้รับการศึกษาจากอังกฤษตั้งแต่อายุประมาณ 11 ขวบ เจ้าไศลรัตน์เป็นคนกตัญญู รักแผ่นดินถิ่นเกิด อ่อนโยน เขาเดินทางกลับบ้านเพื่อมาช่วยกิจการของครอบครัว

เจ้าอุปราชสิงห์คำ – มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ยอมหักไม่ยอมงอ
เจ้าอุปราชสิงห์คำเป็นอุปราชเมืองเชียงเงิน เป็นคนแข็งแกร่ง ชัดเจน ตรงไปตรงมา กล้าหาญ มีปณิธานมุ่งมั่นในความเป็นอิสระของเชียงเงิน เขาเป็นคนแบบเดียวกันกับเจ้าหน่อเมือง หลานชายที่เขาเอามาเลี้ยงดู คือ ยอมหักไม่ยอมงอ

เจ้าราชบุตรศุษิระ – ทันสมัย มองการณ์ไกล
เจ้าราชบุตรศุษิระเป็นลูกชายคนโตของเจ้าแม่เรือนคำ ได้รับการวางตัวให้เป็นเจ้าหลวงสืบต่อจากบิดา เจ้าศุษิระเป็นคนทันสมัย มองการณ์ไกล กล้าคิดต่าง เขาส่งเจ้าศุขวงศ์ ลูกชายคนเดียวไปเรียนที่สิงคโปร์ตั้งแต่เด็กด้วยความมุ่งหวังให้ลูกชายรู้เท่าทันผู้อื่น เห็นโลกกว้าง เพื่อนำความเจริญกลับมาให้บ้านเกิด

เจ้าจักรคำ
เจ้าจักรคำ เป็นลูกชายเจ้าหลวงศรีวงษ์ เขาเป็นลูกผู้น้องของเจ้าศุขวงศ์ จักรคำมีความสัมพันธ์สนิทสนมกับศุขวงศ์เป็นอย่างดี ใกล้ชิด สนิทสนม กับเจ้าน้อย ศุขวงศ์ มาตั้งแต่เด็ก พอทั้งคู่ ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากเจ้าน้อยเรียนจบ ไม่ว่า เจ้าน้อย จะมีธุระ หรือปัญหาเรื่องการงานใด ๆ ก็จะมาปรึกษาเจ้าจักรคำอยู่เสมอ เจ้าจักรคำ เป็นคนหัวคิดสมัยใหม่ จึงเข้าใจความรู้สึกของเจ้าน้อยเป็นอย่างดี ถึงการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง และภาระที่เจ้าน้อยต้องแบกรับไว้ เจ้าจักรคำ เป็นคนจิตใจดี อ่อนโยน หลงรักละอองคำมานาน แต่ไม่กล้าแสดงออก สุดท้าย เจ้าน้อย จึงอาสาเป็นทูตสานสัมพันธ์ของคนทั้งสอง จนเจ้าจักรคำ และละอองคำ ได้แต่งงานกันในที่สุด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://drama.kapook.com/view150166.html, http://www.manager.co.th/drama/viewnews.aspx?NewsID=9600000086961

The Cupids บริษัทรักอุตลุด รีวิวละครไทย Thai Lakorn

The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพปราบมาร

เรื่องราวรักวุ่น ๆ เกิดขึ้นเมื่อ วราลี ( ชมพู่ อารยา ) เลขาสาวโสดหนึ่งเดียวของบริษัทคิวปิดฮัตทีสุดเพียบพร้อม แต่รักชีวิตโสดแบบมีความสุข เกิดเนื้อหอมมีหนุ่มๆเข้ามาชอบจนทำให้หัวใจเกิดสั่นไหว ไม่ว่าจะเป็น แดนชน ( ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร ) หนุ่มน้อยหน้าใส ที่ชอบใช้ชีวิตแบบชิลล์ๆ รวมถึง ก้องภพ ( หลุยส์ สก็อต ) แฟนเก่าที่เคยขอเลิกเธอไปเนื่องจากไม่อยากให้เธอต้องเป็นทุกข์กับปัญหาหนี้สินในครอบครัวของเขาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

The Cupids

The Cupids

หนำซ้ำ ภีม ( ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ) เจ้านายของเธอก็อยู่ในลิสต์ด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับ ภีม นั้นนอกจากจะประสบปัญหาหัวใจแล้ว ปัญหาเรื่องงานของเขาก็หนักไม่ใช่เล่นเหมือนกัน เนื่องจากบริษัทคิวปิดฮัต กำลังจะเจ๊ง เพราะตัวเขาดันเผลอหลุดปากไปว่า ที่ตั้งบริษัทขึ้นมาไม่ใช่เพราะเชื่อเรื่องความรัก แค่ต้องการทำบริษัทที่กำไรเยอะๆ เท่านั้น

กามเทพปราบมาร

กามเทพปราบมาร

รวมถึงเรื่องเงื่อนไขที่เจ้าตัวให้สาวๆ ในบริษัทหาแฟนแลกกับเงินหนึ่งล้านบาท ยิ่งทำให้บริษัทอยู่ในภาวะวิกฤติศรัทธา ร้อนถึง เควิน เจ้าของบริษัทคิวปิดฮัตสาขาใหญ่ที่อเมริกาจึงส่ง เหมือนดาว ( ซาร่า เล็กจ์ ) นักดูแลภาพลักษณ์องค์กรจากต่างประเทศเข้ามาช่วยกู้วิกฤติ ซึ่ง เหมือนดาว เองก็เคยเป็นแฟนเก่าของ ภีม มาก่อน แต่มาทิ้ง ภีม เพราะไปแต่งงานกับเศรษฐีหนุ่ม ก่อนจะไปด้วยกันไม่รอดจึงกลับมาหา ภีม อีกครั้ง ซึ่งนั่นทำให้ ภีม กับ วราลี ดูห่างเหินกันเข้าไปอีก เพราะสาวเจ้าไม่ชอบแย่งผู้ชายกับใคร ขณะที่ตัวเธอเองก็มีตัวเลือกอยู่แล้วทั้ง แดนชน และ ก้องภพ สุดท้ายแล้ว ภีม จะขจัดมารหัวใจและได้ลงเอยกับ วราลี หรือไม่ บริษัทคิวปิดฮัต จะรอดพ้นจากภาวะวิกฤติได้หรือเปล่า ต้องติดตามได้ทางเว็บไซต์ ออนไลน์ ดูละครไทย ย้อนหลัง ทันที